ค้นหา
  • Noel Lee

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าแมวเราควรใช้ยาปริมาณเท่าไหร่ในการรักษา FIP?

อัปเดตเมื่อ 29 มี.ค.


BASMI FIP™ เรามีทางเลือกการรักษา 2 รูปแบบ แบบฉีด หรือแบบยาแคปซูล ตัวเลือกการรักษาทั้งสองรูปแบบนี้ต้องให้ยาเป็นรายวันระหว่างเข้ารับโปรแกรมการรักษาทั้งคู่ สำหรับ


ยาแบบฉีดนั้น คุณสามารถลองคำนวณจากรายละเอียดด้านล้าง หรือใช้โปรแกรมคำนวณอัตโนมัติในหน้าเว็บไซต์เราได้เลย เพื่อช่วยคุณคำนวณปริมาณยาที่ถูกต้องสำหรับน้องแมวของคุณ


FIP แบบเปียก: 6 มก./กก. ของน้ำหนักตัว

FIP แห้ง: 8 มก./กก. ของน้ำหนักตัว

FIP ทางตา: 10 มก./กก. ของน้ำหนักตัว

FIP ทางระบบประสาท FIP: 10 มก./กก. ของน้ำหนักตัว


ปริมาณยาที่แนะนำข้างต้นนี้สามารถใช้เป็นพื้นฐานการคำนวณปริมาณยาเท่านั้น ในกรณีที่เริ่มการรักษาไปแล้ว และน้องแมวไม่ค่อยมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อยา หรือไม่มีพัฒนาการที่ดีขึ้นหลังจากผ่านไปสองสัปดาห์

เราจำเป็นต้องปรับขนาดยาให้เหมาะสมกับอาการของโรคต่อไป


สำหรับการรักษาแบบที่ 2 นั้น เป็นยาแคปซูล ซึ่งง่ายต่อการรับประทาน ไม่เจ็บเหมือนฉีดยา ทางเลือกการรักษานี้เป็นที่นิยมอย่างมาก แต่ควรให้ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์ สาเหตุที่ยาแคปซูลนี้เป็นที่นิยมมากเป็นเพราะสามารถให้ยาได้ง่ายด้วยตัวเองที่บ้าน และไม่ต้องยุ่งยากเหมือนฉีดยา ทั้งนี้ทั้งนั้นประสิทธิภาพการทำงานของยาค่อนข้างยากที่จะควบคุมเนื่องจากการดูดซึมของสรีระร่างกาย หรือคำทั่วไปที่เรารู้จักกันคือ อัตราการย่อยและดูดซึม ดังนั้นเราจึงแนะนำให้ยาแคปซูลหลังจากเริ่มต้นการรักษาด้วยยาแบบฉีดไปแล้ว 30 วัน ภายใต้เงื่อนไขที่น้องแมวสามารถรับประทานอาหาร หรือขับถ่ายเป็นปกติแล้วเท่านั้น FIPV หรือเชื้อไวรัสโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวนี้ มักมีผลกระทบต่อระบบย่อยอาหาร จึงควรเริ่มให้การรักษาแบบยาแคปซูลเมื่อระบบย่อยอาหารสามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ การคำนวณปริมาณยาสำหรับแคปซูลสามารถทำได้ง่ายตามรายละเอียดด้านล่าง


และให้วันละ 1 แคปซูล รายละเอียดดังนี้


แมวน้ำหนักน้อยกว่า 2.5 กก. = 1 แคปซูลสีชมพูต่อวัน

แมวหนักระหว่าง 2.5~4กก. = 1 แคปซูลสีเขียวต่อวัน

แมวน้ำหนักมากกว่า 4 กก. = 1 แคปซูลสีน้ำเงินต่อวัน


4 ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความสำเร็จในการรักษาโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวคือ:

  1. ใช้ GS-441524 ในการรักษา ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสชนิดเดียวที่มีข้อพิสูจน์ทางคลินิกว่าสามารถใช้รักษาโรค FIP ได้

  2. รักษาอาการป่วยอื่นๆร่วมด้วย ขณะที่เข้ารับการรักษาโรค FIP

  3. รักษาโรค FIP ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เมื่อได้รับผลการวินิจฉัยโรคแล้ว การรักษาที่ล่าช้าจะมีอันตรายถึงชีวิตแมวได้

  4. ใช้ยาในปริมาณที่เพียงพอ การใช้ยาในปริมาณที่ถูกต้องเป็นตัวชี้วัดระหว่างความเป็นและความตายของแมวได้ หรือเป็นตัวชี้วัดการกำเริบซ้ำของโรค หรือไม่กำเริบอีกด้วย

เราได้เขียนบทความที่เกี่ยวข้องกับ GS-441524 ไว้มากมาย รวมไปถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพของโรค FIP (สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ ที่นี่) ในปัจจุบันการรักษาด้วย GS เป็นเพียงการรักษาที่ได้รับการพิสูจน์ว่าสามารถรักษาและต้านไวรัส FIP ได้ จากทางคลินิคเท่านั้น น้องแมวอาจจะต้องเผชิญอาการอื่นๆอีกมากที่มาจากผลของการติดเชื้อของโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวนี้ เราแนะนำให้ทำการรักษาอาการอื่นๆร่วมด้วย ตลอดระยะเวลาที่ทำการรักษา FIP ร่วมด้วยเพื่อผลการรักษา และการฟื้นตัวที่ดียิ่งๆขึ้นไป


อย่างไรก็ตาม เราจำเป็นต้องบอก ข่าวร้าย กับคุณทุกคนเช่นกันว่า ระยะเวลาการวินิจฉัยของโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างควบคุมได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ FIP แบบแห้ง ซึ่งวินิจฉัยได้ยากมากในอาการป่วยระยะเริ่มแรก สัตวแพทย์มีความจำเป็นต้องทำการวินิจฉัยอย่างละเอียดและราคาของการวินิจฉัยแต่ละครั้งค่อนข้างสูง เพื่อที่จะจำกัดความเป็นไปได้ในการติดเชื้อ FIP

ในบางกรณีสัตวแพทย์และเจ้าของแมวเองอาจยุติการวินิจฉัยไปเพราะแมวยังดูแข็งแรงและปกติดี ในปัจจุบันยังไม่มีชุดตรวจใดที่สามารถระบุโรค FIP ได้อย่างแน่ชัด ดังนั้นกว่าจะวินิจฉัยจนพบโรคจึงเป็นโรคในระยะสุดท้ายแล้ว เรา BASMI FIP™ จะมุ่งมั่นและพัฒนาต่อไป เพื่อที่จะผลิตชุดตรวจที่สามารถระบุโรคนี้ได้อย่างง่ายดายและแม่นยำ ในราคาที่จับต้องได้ เพื่อสัตวแพทย์ทุกๆท่านต่อไปต่อไปในอนาคต


แต่ในข่าวร้าย ย่อมมีข่าวดีเสมอ จริงอยู่ว่าเราสามารถกำหนดระยะเวลาการวินิจฉัยโรคได้ยาก แต่สิ่งที่เราสามารถทำได้และทำให้เราประสบความสำเร็จในการรักษา FIP ก็คือ เราแนะนำให้คุณปฏิบัติตามคำแนะนำทั้งหลายด้านล่าง ตารางปริมาณยาที่เราแนะนำไว้ในที่นี้ได้มาจากการวิเคราะห์การรักษาของแมวกว่า 7,000 ชีวิต และสังเกตการณ์ร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับสัตวแพทย์ทั่วทุกภูมิภาค


เมื่อปริมาณยาที่ให้มีความเพียงพอต่อความต้องการ การกระจายตัวของไวรัส FIP จะช้าลง และหยุดการ

กระจายตัวไปในที่สุด เมื่อไวรัสหยุดการกระจายตัวแล้ว แมวก็จะค่อยๆฟื้นตัวดีขึ้น การรักษาด้วยการฉีดยานั้น คุณจะสังเกตเห็นอาการที่ดีขึ้นของแมวภายใน 3-5 วัน เช่น หายใจสบายขึ้น, รับประทานอาหารเก่งมากขึ้น, เริ่มขยับเล่นซนมากขึ้น, ตอบสนองต่อเสียงเรียกและสัมผัสของเจ้าของมากขึ้น รวมไปถึงตาที่ขุ่นมัวมีความสดใสขึ้น รับชมวิดีโอของการรักษาโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบที่รักษาสำเร็จจากโปรแกรมของเราได้เลย


ในกรณีที่แมวของคุณมีอาการของโรคแย่ลงระหว่างเข้ารับการรักษาด้วย GS หรือเกิดการกำเริบซ้ำของโรค สาเหตหลักคือปริมาณยาที่ให้ไม่เพียงพอ เราแนะนำให้เริ่มต้นการรักษาใหม่ แต่เพิ่มปริมาณยาฉีดขึ้นจากเดิม 2 มก./กก. และใช้ยาแคปซูลในปริมาณยาที่สูงขึ้น 1 ระดับเดิมที่เคยใช้ และอย่างที่ทราบกัน ติดต่อเราได้เลย ถ้าคุณมีข้อสงสัยเพิ่มเติมในการรักษา FIP ผู้เชี่ยวชาญของเราทุกคนยินดีให้คำปรึกษา และให้ความรู้เพิ่มเติมกับคุณอยู่เสมอ


เผยแพร่โดย: Basmi FIP™ Thailand

Instagram: #basmifipth

Facebook: www.facebook.com/basmifipthai

ดู 1,300 ครั้ง0 ความคิดเห็น