top of page
ค้นหา

5 ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาเพื่อให้การรักษา FIP ประสบผลสำเร็จ

อัปเดตเมื่อ 5 ก.พ.



โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว หรือ FIP ป็นโรคที่อันตรายร้ายแรงถึงชีวิตน้องแมวหลายชีวิต

ในทุกปีมีน้องแมวเป็นโรคนี้ประมาน 1~2% ทั่วโลก โดยที่ถ้าไม่ได้รับการรักษาโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบ หรือรักษา FIP อย่างถูกต้อง จะส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตสูงขึ้นราวๆ 96%


ครั้งหนึ่ง FIP เป็นโรคที่ไม่มีทางรักษาได้ แต่ความก้าวหน้าในการรักษาปัจจุบัน ก็ได้ให้ความหวังต่อเจ้าของน้องแมวที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น FIP ทั้งหลาย ในบทความนี้ เราจะพิจารณาปัจจัยหลักๆที่ทำให้การรักษา FIP ประสบความสำเร็จด้วยกันทั้งสิ้น 5 ปัจจัย ซึ่งเป็นตัวช่วยให้พิจารณาการรักษาน้องแมวที่เป็น FIP และเพื่อให้น้องแมวของคุณฟื้นตัวจากการรักษา FIP ให้ดีที่สุด


อย่างไรก็ตาม การรักษาที่เหมาะสม ก็จะทำให้อัตราความสำเร็จในการรักษา FIP สูงขึ้นเช่นกัน

โดยปัจจัย 5 ข้อสำคัญหลักๆที่จะช่วยให้การรักษา FIP สำเร็จสูงขึ้นได้แก่:




1) ได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ และรักษาให้เร็วที่สุด

หากคุณกำลังสงสัยว่าน้องแมวของคุณเป็น FIP คุณควรรีบพาน้องแมวของคุณไปพบสัตวแพทย์โดยด่วน เพราะการรักษาที่ล่าช้าจะทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้น และทำให้การรักษายากขึ้นไปอีก


2) ยาแอนตี้ไวรัส

GS-441524 เป็นยาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพในการรักษา FIP โดยยาตัวนี้ทำงานโดยการจำลองแบบของไวรัสซึ่งทำให้เกิด โรคFIP หรือ โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว ซึ่งการจำลองแบบไวรัสนี้ สามารถช่วยชะลอการลุกลามของโรคและเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวของแมว


3) การให้ยาในปริมาณที่ถูกต้อง

การให้ GS-441524 ในปริมาณที่ถูกต้อง เป็นเรื่องที่สำคัญมากต่อผลสำเร็จในการรักษา FIP ถ้าหากว่าปริมาณยาที่ให้น้อยเกินไป จะส่งผลให้ไวรัสยังสามารถกระจายตัวเพิ่มขึ้นในร่างกาย และทำให้อาการของโรคร้ายแรงขึ้นได้ ในขณะเดียวกัน ถ้าปริมาณยาที่ให้เยอะเกินไป ก็อาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงและเป็นอันตรายต่อสุขภาพแมวของคุณ


4) ระยะเวลาในการรักษา และสังเกตอาการ

ปัจจัยสำคัญในการรักษาด้วย GS-441524 คือการให้ยาครบ 84 วัน และสังเกตอาการต่อหลังหยุดยาอีก 84 วัน ระยะเวลาดังกล่าวนี้ จะช่วยให้ยามีเวลาทำงานได้อย่างเต็มที่ และยังช่วยให้สัตวแพทย์ช่วยตรวจสอบอาการของน้องแมว และปรับเปลี่ยนแผนการรักษาระหว่างทางได้


5) การรักษาโรคอื่น ๆ

นอกจากการรักษา FIP แล้ว สิ่งสำคัญคือต้องรักษาโรคอื่นๆ ที่แมวของคุณอาจเป็นอยู่ด้วย


โดยสรุปแล้วปัจจัยทั้ง 5 ข้อนี้ จะช่วยให้พัฒนาโอกาสการรักษา FIP สำเร็จมากขึ้น ถ้าหากว่าคุณกำลังสงสัยว่าน้องแมวอาจเป็นโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบ หรือ FIP อย่ามัวแต่ลังเลที่จะรีบพาน้องแมวไปหาสัตวแพทย์เพื่อวินิจฉัย และเริ่มการรักษาโดยเร็วที่สุด และการดูอาการน้องอย่างใกล้ชิดร่วมกันกับสัตวแพทย์ จะช่วยให้โอกาสความสำเร็จในการรักษาของแมวสูงขึ้น และมีสุขภาพแข็งแรงต่อไปในอนาคต




แมวที่เอาชนะ FIP เยื่อบุช่องท้องอักเสบ

ดู 258 ครั้ง0 ความคิดเห็น
bottom of page