ค้นหา
  • Noel Lee

อันตรายถึงชีวิตถ้ารักษา FIP ช้า...!


เราพยายามรักษา และช่วยชีวิตน้องแมวจากโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวหรือทุกคนรู้จักกันว่า FIP มาโดยตลอด จากประสบการณ์ของเราที่ผ่านมา เราได้พบเจอทั้งการรักษาที่สำเร็จ และที่ล้มเหลว เราจึงอยากเขียนบทความนี้ขึ้นเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ของเรา และหวังว่าบทความนี้จะสามารถช่วยให้ทุกคนที่กำลังมองหา

คำตอบของการรักษาโรคนี้ได้อ่านเพื่อประกอบการตัดสินใจรักษาโรค FIP ให้น้องแมวของทุกคนได้

เรื่องแรกและเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยให้การรักษาโรค FIP นี้สำเร็จเลยก็คือ ระยะเวลาที่ทำการวินิจฉัยโรค 'ว่าวินิจฉัยเจอได้เร็วหรือช้าแค่ไหน และการเลือกวิธีการรักษา'


FIP แมว แบบแห้ง (Dry Form) นั้น เป็น FIP ชนิดที่ทำการวินิจฉัยโรคได้ยาก ไวรัสจะเริ่มแพร่กระจายและโจมตีอวัยวะภายในก่อนเป็นอย่างแรก จึงทำให้เราสังเกตเห็นสัญญาณอาการภายนอกของน้องแมวได้น้อยมาก ว่าติดเชื้อ FIP หรือไม่ (1% ของแมวทั่วโลกได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น FIP) เราจะสังเกตเห็นอาการได้อีกครั้งอย่างชัดเจนก็ต่อเมื่อ ไวรัสเริ่มแพร่กระจายไปยังลูกตาของแมว ทำให้ตาเป็นฝ้า ขุ่นมัว หรือไวรัสอาจเริ่มแพร่กระจายเข้าสู่ระบบประสาท ส่งผลให้ร่างกายแมวเป็นอัมพาต สัญญาณเหล่านี้จึงเป็นสัญญาณที่เราเพิ่งจะสามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าแมวเป็น FIP แบบแห้ง ซึ่งเมื่ออาการเหล่านี้กำเริบแล้ว เวลาในการรักษาจึงน้อยลงเข้าไปทุกที

จากสังเกตการณ์รักษาของเราที่ผ่านมาเราพบว่า โดยส่วนใหญ่แล้วแมวที่เข้ารับการรักษา FIP ในระยะสุดท้ายมักเป็นลูกแมว แมวเด็ก หรือแมวที่ยังมีสภาพร่างกายภายนอกแข็งแรงสมบูรณ์ เพราะฉะนั้นแล้วถ้าทุกคนกำลังสงสัยว่าแมวของตัวเองเป็น FIP แบบแห้งหรือไม่ เราแนะนำให้คุณโทรหาสัตวแพทย์ และนัดขอตรวจเลือดกับแพทย์ทันที


อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทดสอบว่าแมวเป็น FIP หรือไม่ ได้ที่นี่


การวิเคราะห์ผลของการติดเชื้อไวรัสโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวนี้ มักหาข้อสรุปได้ยาก เจ้าของแมวหลายๆรายมักจะต้องกลับมาสงสัย และไม่มั่นใจในผลการวินิจฉัยอยู่เสมอ บางครั้งพวกเขาจึงติดต่อมาหาเรามาเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม ในผลการวินิจฉัยที่แตกต่างกันของสัตวแพทย์ แพทย์ท่านหนึ่งยืนยันหนักแน่นว่าแมวเป็น FIP แน่นอนจากผลเลือด ในขณะเดียวกันอีกท่านไม่ได้วินิจฉัยว่าแมวเป็น FIP จากผลเลือดเช่นเดียวกัน


ในสถานการณ์ที่ผลการวินิจฉัยออกมาขัดแย้งกัน และอย่างที่เราได้กล่าวมาในข้างต้นว่าความเร็วในการวินิจฉัยเป็นปัจจัยสำคัญของการรักษา ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตที่เราเองอาจจะป้องกันไว้ก่อนได้ ดังนั้นเราจึงแนะนำให้ลองเริ่มต้นรักษาด้วย GS-441524 ไปก่อนประมาน 1-2 สัปดาห์ และถ้าแมวเป็น FIP จริงคุณจะเห็นอาการที่ดีขึ้นของแมวได้อย่างชัดเจนภายในระยะเวลาทดลองการรักษา


GS-441524 เป็นยาต้านไวรัสที่ไม่ได้ส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อน และสามารถให้ร่วมกันกับยารักษาอื่นๆได้

โดยปกติแล้วแมวที่ได้รับการรักษา FIP ตั้งแต่เนิ่นๆ เราจะสังเกตเห็นการฟื้นตัวที่ดีขึ้นภายใน 3-5 วัน

คุณสามารถปกป้องน้องแมวจากการเสียชีวิตได้ด้วยยาเพียงแค่ขวดเดียวเท่านั้น ในกรณีที่อาจมีการวินิจฉัย

ผิดพลาดหรือล่าช้า แต่ปัจจุบันก็ยังคงไม่มีการทดสอบใดที่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าแมวเป็น FIP หรือไม่ ดังนั้นการลองให้ GS-441524 จึงอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้ในตอนนี้



เจ้าของแมวบางรายอาจเกิดความลังเลสับสนในการเลือกใช้ GS-441524 ในการรักษา FIP และเลือกวิธีการรักษาด้วยยาชนิดอื่นๆ เช่น Interferon, Steroid (สเตียรอยด์) หรือที่แย่กว่านั้นเลยคือติดสินใจการุณยฆาตแมวที่รักของคุณ ตามคำแนะนำของแพทย์


Interferon และ Steroid ใช้เป็นยาเพื่อลดและบรรเทาความเจ็บปวดเท่านั้น ไม่ใช่ยาเพื่อหยุดการแพร่กระจายของไวรัส FIP ดังนั้นวิธีการรักษาเหล่านี้จึงไม่สามารถใช้รักษาแทน GS-441524 ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสเพื่อรักษา FIP ได้ จากประสบการณ์ของเราที่ผ่านมาร่วม 3 ปี เราเห็นแมวมากกว่าครึ่งโหลที่ต้องเผชิญกับโรค และการรักษา FIP ที่ล่าช้า รวมไปถึงการรักษาด้วย Interferon และ Steroid มาก่อนที่จะใช้ GS-441524 ตามคำแนะนำของแพทย์ ในจำนวนแมวทั้งหมดที่เราเจอมานี้ มีเพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้นที่รอดชีวิตจากการรักษาด้วย GS-441524 ที่ล่าช้า


นอกจากนี้ยังมีคำถามอื่นๆ ที่เรามักได้รับจากเจ้าของแมวหลายๆราย ว่าเราควรรักษาอาการอื่นก่อน เช่นรักษาน้ำในปอด หรือควรรักษาตับและไตที่ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพก่อนเริ่มการรักษาด้วย GS-441524 ดีกว่าหรือไม่ และเราตอบได้เลยว่า ไม่!

คุณควรที่จะเริ่มรักษาด้วย GS-441524 ทันทีหลังจากได้รับการวินิจฉัยโรคแล้วว่าแมวเป็น FIP แล้วจึงค่อยๆรักษาอาการข้างเคียงอื่นๆร่วมด้วย ในขณะที่ให้ยา GS-441524

การฟื้นตัวจะดีขึ้นหลังจากที่เราสามารถหยุดการแพร่กระจายของไวรัสได้ GS-441524 ไม่ก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนแต่อย่างใด เมื่อใช้ร่วมกับยารักษาอื่นๆ


บทความข้างต้นเป็นบทความที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลของโรคเพิ่มเติมเท่านั้น และไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์


สำหรับคำถามอื่นๆเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้องแมวของคุณโดยเฉพาะ

กรุณาติดต่อเราเพิ่มเติมที่หน้าเว็บไซต์นี้


เผยแพร่โดย: Basmi FIP™ Thailand

Instagram: #basmifipth

Facebook: www.facebook.com/basmifipthai

ดู 316 ครั้ง0 ความคิดเห็น