ค้นหา

คำถามที่พบบ่อยสำหรับ Antiviral แบบแคปซูล

อัปเดตเมื่อ 4 ม.ค.


1. สามารถเริ่มใช้ยาแบบแคปซูลได้เมื่อไหร่ เพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุด ควรเริ่มใช้หลังจากใช้ยาแบบฉีดต่อเนื่องมาแล้วอย่างน้อย 30 วัน และแมวควรอยู่ในสภาพปกติคือ ทานและขับถ่ายได้ตามปกติ และไม่มีอาการของ FIP แบบ Neurological หรือ Ocular 2. สาเหตุและเงื่อนไขที่ไม่ควรใช้ยาแบบทาน ห้ามใช้เมื่อแมวของคุณเป็น FIP แบบที่ไวรัสเข้าไปที่ดวงตาหรือระบบประสาท ห้ามใช้เมื่อแมวของคุณมีอาการอาเจียน ท้องเสีย หรือมีไข้ ต่อเนื่องตั้งแต่ตอนใช้ยาแบบฉีด ห้ามใช้เมื่อแมวของคุณอายุน้อยกว่า 1 ปีและยังคงมีของเหลวอยู่ภายใน(สำหรับรูปแบบเปียก)

3. วิธีการเลือกใช้ยาตามชนิดและน้ำหนัก

  • น้ำหนัก 0 - 2.49 กิโลกรัม เลือกใช้สีชมพู

  • น้ำหนัก 2.5 - 3.99 กิโลกรัม เลือกใช้สีเขียว

  • น้ำหนัก 4 กิโลกรัมขึ้นไป เลือกใช้สีน้ำเงิน

4. ปริมาณที่ควรให้ทานต่อวัน ปริมาณที่เหมาะสมต่อวันคือ 1 เม็ดเวลาเดิมทุกวัน ห้ามข้ามโดยเด็ดขาด ให้ต่อเนื่องจนครบ 84 วันนับต่อหลังจากฉีดยา หรือจนกว่าแมวจะหายดี

5. หากแมวน้ำหนักเพิ่มขึ้นแต่ยาที่มีในมือยังไม่หมด ในกรณีเราแนะนำให้ซื้อยาตัวที่เหมาะสมเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของการรักษา 6.ยา 1 ขวดสามารถใช้ได้กี่วัน ยา 1 ขวดมีจำนวน 14 แคปซูล ซึ่งสามารถใช้ได้ 14 วัน(วันละแคปซูล) 7. ถ้าหากอาการแย่ลงหลังเริ่มใช้ยาแบบแคปซูลควรทำอย่างไร สามารถให้ยาเพิ่มจาก 1 เป็น 2 แคปซูลได้หรือไม่ สาเหตุที่อาการของแมวแย่ลงมาจากระบบการดูดซึมอาหารและการขับถ่ายของแมวนั้นยังไม่สมบูรณ์ดี เราแนะนำให้ทานยาต่อเนื่องอีก 5 วันเพื่อสังเกตุอาการ หากผ่านมา 5 วันแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น สามารถปรับเพิ่มปริมาณยาจาก 1 เป็น 2 แคปซูลได้ แต่ทางที่ดีที่สุดคือการกลับไปใช้ยาแบบฉีด เนื่องจากการดูดซึมผ่านทางอาหารของแมวไม่ปกติดี 8. จะรู้ได้อย่างไรว่าปริมาณ GS-441524 ที่แมวจะได้รับคือเท่าไหร่ แมวแต่ละตัวมีความสามารถในการดูดซึมต่างกัน เราจะสามารถทราบว่าแมวของเราดูซึมได้มากน้อยแค่ไหนจำเป็นต้องใช้การวิเคราะห์ที่เรียกว่า HPLC ซึ่งมีความยุ่งยากและราคาสูงมากๆ

9. ระหว่างยาแบบฉีดกับแบบแคปซูล แบบไหนดีกว่ากัน ยาทั้งสองแบบนั้นมีความสามารถเท่ากัน และจุดประสงค์ในการรักษาเหมือนกันคือ รักษาให้หายจากโรค FIP นั่นหมานความยาทั้งสองไม่ดีอันไหนดีกว่ากัน ปัจจัยที่จะตัดสินได้ว่าแบบไหนดีกว่ากันนั้นขึ้นอยู่กับการดูดซึมของแมวมากกว่า ยกตัวอย่าง แมวเคยใช่ยาแบบฉีดมาแล้ว 30 วันอาการดีขึ้นและเริ่มต่อต้านการฉีดยาจึงย้ายมาใช้ยาแบบทาน แต่หลังจากเริ่มใช้อาการแย่ลงอันมีสาเหตุมาจากระบบการดูดซึมอาหารของแมวตัวนี้ไม่ปกติเท่าไหร่ ซึ่งจากเคสนี้ข้อสรุปก็คือแบบฉีดย่อมดีกว่า และในกรณีกลับกันถ้าแมวตัวนี้เริ่มใช้ยาแบบทานแล้วอาการดีขึ้น แมวก็ไม่ต้องเจ็บจากการฉีดยา ถ้าเป็นแบบนี้ย่อมแน่นอนว่าแบบทานก็ดีกว่า

10. สามารถย้ายกลับไปใช้ยาแบบฉีดได้หรือไม่ สามารถทำได้ เพียงแต่ว่า Dosage จะต้องเริ่มจาก 10mg/kg เนื่องจากปริมาณ GS-441524 ในแคปซูลมีมากกว่า 11. หากแมวมีอาการกำเริบหลังจากรักษาจบสามารถใช้ยาแบบแคปซูลได้หรือไม่ เราไม่แนะนำให้ใช้ยาแบบทานในแมวที่เกิดอาการกำเริบ แต่เราแนะนำให้เริ่มจากการรักษาแบบฉีดก่อนโดยเริ่มที่ 12-15mg/kg หลังจาก 30 วันแล้วค่อยเริ่มใช้ยาแบบทาน 12. สามารถเลือกใช้ยาแบบอื่นๆที่นอกเหนือจากน้ำหนักของแมวได้หรือไม่ สามารถทำได้แต่ห้ามเลือกใช้ยาชนิดที่น้ำหนักต่ำกว่า เพราะปริมาณ GS-441524 จะไม่เพียงพอ 13. ทำไมยาแบบแคปซูลถึงแพงกว่า สาเหตุมาจากต้นทุนการผลิตและปริมาณ GS-441524 นั้นมีราคามากกว่า จึงทำให้ราคาสูงกว่ายาแบบฉีด 15. การใช้ยาแบบทานมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง จากการวิจัยล่าสุด ตัวยาแบบทานไม่มีผลข้างเคียงอะไร รวมไปถึงการใช้ร่วมกันกับยาปฏิชีวนะต่างๆก็ไม่มีผลข้างเคียงอะไรเช่นเดียวกัน 16. จำเป็นจะต้องให้ทานเวลาเดียวกันตลอดเลยหรือไม่ เพื่อผลการรักษาที่ดีที่สุดควรจะให้เวลาเดิมทุกวัน แต่หากจำเป็นสามารถให้ได้ +- 1 ชั่วโมงครึ่ง เช่น เดิมเริ่มต้นที่ 6 โมงเย็น ก็สามารถให้ได้ตั้งแต่ 4 โมงครึ่งไปจนถึง 2 ทุ่มครึ่งได้

17. สามารถขอ Refund ยาที่เหลือได้หรือไม่ เราจะรับ Refund สำหรับขวดที่ยังไม่ได้เปิดใช้ในทุกกรณี


เผยแพร่โดย: Basmifipthailand.com







ดู 119 ครั้ง0 ความคิดเห็น